สมมุติฐานที่ 2

 

จากสมมติฐานที่ 2  กล่าวว่า : ระบบการจัดการความรู้ไม่ได้ทำเพื่อสร้างความประทับใจที่โด่ดเด่น  และสนองนโยบายของรัฐบาลในการพัฒนาของการพัฒนาทุนทางปัญญาสำหรับเศรษฐกิจที่เพิ่มขึ้นของประเทศไทย"

 

 

สมมติฐานนี้ได้รับการสนับสนุนบางส่วน  แต่ไม่ได้ถูกปฏิเสธ  เพราะว่ามีหลากหลายรัฐบาล  พยายามผลักดันการแข่งขันแห่งขาติ  โดยใช้กรอบแนวความคิดการเพิ่มสภาพเศรษฐกิจ

ปัจจุบันกระทรวงวัฒนธรรมได้ใช้ทุนด้านปัญญาของไทยเพิ่มคุณค่าด้านผลิตภัณฑ์และการให้บริการ  เพื่อสร้างรายได้ที่มีศักยภาพ  เพื่อเพิ่มสภาพเศรษฐกิจ   จากแนวคิดการเพิ่มสภาพเศรษฐกิจ พบว่าพื้นฐานที่ถูกค้นพบ คือการรวมกันของการสร้างสรรค์พรสวรรค์  ความรู้ และเพื่อเพิ่มทุนด้านวัฒนธรรม และสร้างรายได้เฉลี่ยต่อคน ( GDP)  และเพิ่มความได้เปรียบการแข่งขันของประเทศให้สูงขึ้น 

นอกจากนี้ ความสำคัญของการรวมธุรกิจสร้างสรรค์  ที่มีการสร้างสรรค์สิ่งแระดิษฐ์ และการดัดแปลงทุนด้านทรัพย์กรมนุษย์ไปยังกลุ่มลูกค้า  ทำให้เกิดการปรับปรุงผลิตภัณฑ์ และเพิ่มสมรรถนะให้สูงขึ้น

อย่างไรก็ดี การใช้ประโยชน์จากการจัดการความรู้สำหรับการเพิ่มมูลค่าความสร้างสรรค์ในประเทศไทยโดยภาครัฐฯ  ยังคงไม่เพียงพอ นอกจากนี้ความรู้เกี่ยวกับเศรษฐกิจพื้นฐานยังต้องการสนับสนุนอย่างมากจากภาครัฐ

สำหรับการแบ่งปันความรู้และการใช้ประโยชน์ในการพัฒนาทุนทางปัญญาในกรณีศึกษานี้ การนำเสนอทุนทางปัญญาของคนไทยยังไม่สามารถสัมผัสเป็นสินทรัพย์ เพื่อสร้างมูลค่าให้สูงขึ้น เราจะต้องมีการสอบกลับและวิเคราะห์ไปใช้ในการประมวลความรู้ ให้ออกมาเป็นความรู้ที่ชัดเจนส่งผลในการเพิ่มประสิทธิภาพของมูลค่าตลาด

การสร้างมูลค่าสำหรับมูลค่าตลาดต้องการการจัดการความรู้ที่ดีขึ้น เครื่องมือที่นำมาใช้คือ แผนที่ความคิด และการเพิ่มประสิทธิภาพให้กับสมอง 

นอกจากนี้ผลที่ได้จากกรณีศึกษา แสดงให้เห็นว่าอุตสาหกรรมการบริการ ได้มีการพัฒนา และฝึกฝนในระดับโลก  ตลอดจนแผนฝีกอบรมพนักงานในองค์กร  จะเห็นได้ว่าเป็นการเพิ่มทุนทางปัญญา  ที่เน้นเฉพาะส่วนที่เกี่ยวข้อกับการจัดการสร้างความประทับใจครั้งแรกที่ได้สัมผัสจากกรณีศึกษาดังกล่าว

 

 

Visitors: 47,784