จิม ทอมป์สัน


จิม ทอมป์สัน (Jim Thompson)
การถักทอผ้าไหมเป็นศิลปะการทอมือแบบโบราณในประเทศไทย การสร้างอุตสาหกรรมผ้าไหมไทยจําเป็นต้องมีการเชื่อมโยงความคิด สร้างสรรค์ของมนุษย์กับความฉลาดทางประเพณี เพื่อคงไว้คุณภาพการผลิตสินค้าด้วยมือ ซึ่งสาระสําคัญดังกล่าวนั้น จิม ทอมป์สัน ได้ทราบถึงแรงดึงดูดใจเป็นสําคัญ พร้อมกันนี้ผู้บริหารปัจจุบันของบริษัทเชื่อว่า การทํางาน อย่างหนักของคนไทยและความคิดสร้างสรรค์ เป็นองค์ประกอบที่ทําให้บริษัทประสบความสําเร็จ
จิม ทอมป์สัน เคยทํางานที่โรงแรมแมนดาริน โอเรียนเต็ล บางกอก ได้เริ่มนําาเสนอแก่ลูกค้าของโรงแรมด้วยผลิตภัณฑ์ผ้าไหม ไทยที่หลากหลายและสร้างสรรค์ ในปีค.ศ.1948 บริษัท ผ้าไหมไทย จํากัดได้เปิดดาเนินการ ตั้งแต่นั้นเป็นต้นมาผ้าไหมไทยเริ่มเป็นที่รับรู้ว่า เป็นผลิตภัณฑ์ที่ดีที่สุดแห่งเอเซีย และนับเป็นโชคดีที่ผลิตภัณฑ์ผ้าไหมไทยได้กลายเป็น ชุดที่ใช้ในการแสดงภาพยนตร์ในเรื่อง “The King and I” ผู้ชมภาพยนตร์มากมายจึงรับรู้ในระดับสากลมากขึ้น ทางบริษัทจึงได้บรรลุ ความสําเร็จก้าวแรกอย่างรวดเร็ว
ในปีค.ศ.1951 เมื่อนักออกแบบชื่อ Irene Sharaff ได้ใช้ผ้าไหมไทยทอผ้าให้แก่นักดนตรีชื่อ Roger และ Hammerstein ในเรื่อง “The King and I” จากนั้นเป็นต้นมา บริษัทก็เจริญรุ่งเรือง ในการดาเนินการ จิม ทอมป์สัน เริ่มมีชื่อเสียงจาการให้สัมภาษณ์กับทีมงานจากทางนิตยสารและหนังสือพิมพ์ทั่วโลก และเริ่มสร้าง านานผ้าไหมไทยที่ชวนหลงใหลและน่ามหัศจรรย์ใจ
ผ้าไหมของ จิม ทอมป์สัน ได้สร้างสรรค์ให้มีรูปแบบที่หลากหลายขึ้น เพื่อให้เหมาะกับลูกค้าต่างประเทศที่มีเบื้องหลังและความ ชื่นชอบทางวัฒนธรรมที่แตกต่างกัน ผ้าไหมไทยและผ้าฝ้ายไทยเริ่มมีการสร้างสรรค์รูปแบบอย่างหลากหลาย ทั้งชุดเสื้อผ้า สิ่งประดิษฐ์ ตกแต่ง เครื่องตกแต่งบ้าน ทั้งที่เป็นการออกแบบดั้งเดิมและร่วมสมัย สไตล์ที่หลากหลายสําหรับการตกแต่งบ้านและเครื่องตกแต่งภายในที่ทําจากผ้าไหม เช่น เครื่องห่อหุ้มและเบาะ โดยเน้นให้สว่าง ซึ่ง ทําให้เกิดความชัดเจนของแฟชั่นที่น่าทึ่ง ด้วยผลิตภัณฑ์และวิธีการถักทอของบริษัทผ้าไหมจิม ทอมป์สัน ซึ่งมีคุณภาพสูง จึงได้รับการ ยอมรับและเป็นที่ต้องการในกระบวนการผลิต
อย่างไรก็ตาม ความสําเร็จของการสร้างสรรค์ผลิตภัณฑ์ไม่ได้หยุดอยู่ที่ผ้าไหมเท่านั้น สําหรับจิม ทอมป์สัน ซึ่งได้รับการยอมรับ จากนักท่องเที่ยวจํานวนมากที่มาถึงกรุงเทพมหานคร เขาเหล่านั้นมักจะไปเยี่ยมบ้านสไตล์แบบไทยสวยงามที่เขาอาศัย และจัดแสดง การสะสมโบราณวัตถุที่มีคุณค่าทางศิลปะของแถบเอเชีย
ดังที่เพื่อนของจิม ทอมป์สัน คนที่ชื่อ วิลเลี่ยม วอร์เร็น (William Warren) ซึ่งได้พักอาศัยอยู่ในกรุงเทพมหานครเป็นเวลามานานแล้วนั้น ได้กล่าวว่า “จิม ทอมป์สันเป็นเจ้าของบ้านที่มีชื่อเสียงมากที่สุดในยุคนี้ เขาบริการอาหารที่น่ากลัวมากทีเดียว แต่ไม่มีใครจะจําสิ่งนี้หรอก เพราะว่า บริบทของบ้านของเขานั้นสวยงามเหลือเกิน” ผู้เยี่ยมชมมักจะมาเพื่อฟังเรื่องราวที่เร้นลับที่ไม่ปรากฏหรือเห็นได้ และต้องมาพบว่ามีมากขึ้นไปอีกเกี่ยวสิ่งเร้นลับและมนุษย์เหล่านี้ ด้วยการขายแนวคิดเกี่ยวกับสิ่งเร้นลับหรือสิ่งที่ไม่ปรากฏนี้ เป็นแนวคิดที่ชาญฉลาดทางการตลาด สามารถที่จะกระตุ้นความต้องการใน ผลิตภัณฑ์ของเขาจากลูกค้ารอบโลกเลยทีเดียว
บริษัทของ จิม ทอมป์สัน ได้จัดประสบการณ์ในการซื้อของที่เป็นรูปแบบไทยๆ โดยเน้นไปที่ความเป็นไทยพร้อมให้การบริการ ขนส่ง วัตถุดิบของไทยในการทอผ้าตามแบบศิลปะร่วมกับคุณค่าที่สร้างผลผลิตด้วยเทคโนโลยีซึ่งเป็นพื้นฐานทางอุตสาหกรรม พร้อมทั้ง ให้การรับประกันสินค้าที่มีคุณภาพสูงเหล่านี้ด้วย
เครื่องมือจัดการความรู้ที่เป็นกุญแจปัจจัยแห่งความสําเร็จของจิม ทอมป์สัน
(Cognitive tools as key success factors at Jim Thompson)
สูตรแห่งความสําเร็จของจิม ทอมป์สัน ไม่ได้ซับซ้อนอะไรมากนัก ดังที่ใครสักคนหนึ่งจะสามารถหยั่งรู้ได้ เพราะขึ้นอยู่กับปัจจัย 2 ประการ ตัวอย่างเช่น การดาเนินการขึ้นกับการปฏิบัติงานของเราเอง
“เมื่อใดที่เรามีแบบหรือสีที่ขายดี เรามั่นใจว่าเราจะตัดเย็บต้นแบบนั้นอย่างถูกต้อง ด้วยวิธีเช่นนี้ ที่ลูกค้าของเรามั่นใจได้ว่า เมื่อพวกเขา สั่งทําใหม่ พวกเขาจะได้สินค้าตามที่ส่งอย่างแน่นอน”
จิม ทอมป์สันได้ตอกย้ําาว่า
“การให้ความสําคัญ (Equally important) จะเห็นได้จากอุตสาหกรรมเสื้อผ้าในโลกนี้จะมีความแตกต่างกันมากในสิ่งที่รับรู้ ส่วนใหญ่ใน โรงงานทอผ้าแห่งนี้ พวกเขาไม่เห็นการดูแล หรือไม่ทราบว่าใครเป็นผู้ซื่อสินค้า แต่เป็นสิ่งจําเป็นมากสําหรับจิม ทอมป์สัน คือการได้ ทราบถึงรสนิยมของลูกค้า และความต้องการของพวกเขาเป็นเช่นไร”
จากฟาร์มเลี้ยงตัวหนอนสําหรับทําเส้นใยไหม ไปสู่โรงเรียน และอุตสาหกรรม เป็นการสร้างอุตสาหกรรมผ้าไหมไทยที่จําเป็นต้องมีคนที่ สร้างสรรค์ผลงานกับความฉลาดทางด้านประเพณีดั้งเดิมเพื่อธํารงไว้และรักษาคุณภาพของวัตถุดิบที่ผลิตจากมือไปสู่สากล
ผลสรุปจากการสัมภาษณ์เชิงลึก: ผ้าไหมไทย “จิม ทอมป์สัน”
ผู้จัดการร้านจิม ทอมป์สัน สาขาสุรวงศ์ ได้รายงานว่า เขารับทราบอย่างถ่องแท้ถึงความสําคัญของการบริหารความประทับใจครั้ง แรก ในการสร้างทุนผลผลิตทางด้านการบริการ เขารู้สึกว่ามันเป็นรากฐานตามธรรมชาติจากทุนแห่งความเป็นไทย และเป็นไปโดย ธรรมชาติ มันเป็นการแบ่งปันความเชื่ออย่างกว้างขวางที่ว่าคนไทยสุภาพ และร่าเริงยินดี คนไทยเก่งในการแสดงออก การดูแลเอาใจใส่ และความ สนใจพิเศษอื่นๆ และนอกเหนือจากนั้นยังมีจุดดีในด้านความอดทนสูง คุณภาพแห่งความอดทนนี้สําคัญมาก เพราะว่าต้องใช้เวลาในการ ปิดการขาย
เพื่อสื่อสารคุณค่านี้และสร้างความประทับใจเมื่อแรกพบ สิ่งแรกคือพนักงานเริ่มทํางานเมื่อลูกค้าเข้ามาร้านด้วย “การไหว้” เป็นการทักทาย แล้วกล่าววาจาด้วยคําว่า “สวัสดี” เป็นการต้อนร้บ ความประทับใจครั้งแรกเป็นสิ่งสําคัญที่สุด และต้องทําให้ครบถ้วน มัน เป็นสิ่งที่สําคัญสําหรับทุนมนุษย์ บริษัทจิม ทอมป์สันไม่ได้ยึดติดกับคุณค่าการบริการแบบไทยที่เกิดจากภายในอย่างเดียว พวกเขา ฝึกอบรมพนักงานให้ดูแลเอาใส่ลูกค้าอย่างมีประสิทธิผล และจัดหาการบริการคุณภาพที่ดีที่สุด แม้ว่า คุณค่าการบริการในความเป็นไทย สร้างทุนมนุษย์อย่างสมบูรณ์ครบถ้วน
การบริการที่ดีต้องพยายามไม่อยู่นอกเหนือจากความเป็น “คนไทย” แท้จริงแล้วประเทศชาติก็สามารถพัฒนาได้เช่นกัน ไม่เพียงแค่คน ไทยอย่างเดียว ดังนั้น จิม ทอมป์สัน ต้องเน้นสรุปแบบมารยาทความเป็นไทย เพื่อให้ได้รับประโยชน์ในการแข่งขัน หากทว่ามันยังคงได้รับการนําาเสนอรวมไปกับทั้งประสาทสัมผัสทั้ง 6 สําหรับการสร้างทุนกระบวนการบริการ การประดับประดาร้านค้าต้อง แสดงและจัดให้เห็นความแตกต่าง พร้อมกับการประดับประดาอย่างสวยงาม พวกเขาใช้ดนตรีไทยในการสร้างบรรยากาศให้ลูกค้าผ่อนคลาย และเปิดเข้าสู่โสตสัมผัส เพื่อทําให้เกิดความรู้สึกสดชื่นด้วยน้ําหอมที่มี กลิ่นส้มหรือมะกรูด เพื่อปรับความรู้สึกที่ใสสะอาดและสดชื่นไปตามสภาพแวดล้อม จนกระทั่งสามารถสัมผัสและรู้สึกถึงผ้าไหมไทยและ ผ้าไทยอื่นๆ มาตรฐานเหล่านี้ การนําาไปสู่การลิ้มรสสิ่งดีที่สุดในร้านกาแฟ ที่มีพนักงานแต่งชุดแบบไทยที่เหมาะเจาะ เพื่อทําให้ดึงดูดความสนใจ และพวกเขาเรียนรู้วิธี การยืนที่เหมาะสม มือวางข้างตัว หรือยึดถือด้วยกันไว้ข้างหน้า พร้อมที่ให้บริการแก่ลูกค้า การแต่งตัวรวมทั้งการผูกผมยาวรวมเกล้าให้เป็นมุ่นมวยผม แล้วผูกร้อยด้วยริบบิ้น พร้อมทั้งมีการแต่งหน้าอย่างเหมาะสมด้วย ประกอบ กับการเปล่งวาจาด้วยระดับเสียงต้องชัดเจน นุ่มนวล และสุภาพ โดยไม่มีแรงกดดันใดๆ
ที่นี่เสริมการฝึกอบรม ให้ขึ้นกับการเดินเที่ยวดูโรงงานอุตสาหกรรมและการเดินดูสถานที่โดยรอบ เพื่อศึกษาและพัฒนาพนักงาน ให้คุ้นเคยกับกระบวนการผลิตภัณฑ์ผ้าไหม พวกเขาจะได้เห็นความยุ่งยากในกระบวนการผลิต ที่กว่าจะทอจนได้ผ้าไหมแต่ละชิ้น ทําให้ เกิดความภูมิใจที่คนไทยรู้จักวิธีทอผ้าไหมใช้มานานแล้ว ทําให้เห็นคุณค่าของสินค้าและจูงใจพนักงานเหล่านั้นพร้อมที่จะช่วยกันขาย สินค้าตามราคาที่เสนอ วิธีการนี้เป็นการสร้างหลักประกันมั่นใจ ถึงคุณค่าในผลิตภัณฑ์และภูมิใจในจัดการการบริการที่ดี พวกเขายังได้แสดงวิดีทัศน์เกี่ยวกับ ประวัติศาสตร์ เพื่อนําสู่ประวัติเบื้องต้นของนายจิม ทอมป์สัน ประวัติศาสตร์ของบริษัท ความสําคัญของผ้าไหมไทย และผลิตภัณฑ์ผ้า ไหมไทย รวมถึงกระบวนการทําให้ผลิตภัณฑ์จากผ้าไหมไหมกลายเป็นที่นิยม พวกเขาพยายามฝึกอบรมพนักงานในภาพรวมขององค์กร ด้วยการเล่าเรื่องราวต่างๆ ที่จะเป็นกุญแจแห่งปัจจัยในความสําเร็จ
พวกเขาเชื่อว่า ความเป็นไทยในตัวของมันเอง มาจากภายในตัวตนของคนไทย และไม่ต้องมีการฝึก แต่การฝึกอบรมจะเน้นที่การ บริการที่เป็นเลิศและการดูแลเอาใจใส่ลูกค้า เป็นดังหน้าที่ของพวกเขาคือการสื่อสารวัฒนธรรมไทยอันเป็นภาพพจน์ที่ฉายภาพออกมาให้ เด่นชัด พนักงานของบริษัทจะได้รับการสืบต่อภารกิจนี้ โดยเข้ารับการอบรมเรียนรู้และการกํากับดูแลจากพนักงานระดับสูงอีกต่อหนึ่ง
ผลที่ได้รับสอดคล้องกับการสร้างความสําคัญของกระบวนการบริการและความสําคัญของประสาทสัมผัสทั้ง 6 และความสําคัญ ของความเป็นไทยของผ้าไหมจิม ทอมป์สัน ดังสรุปไว้ในตารางดังนี้
การสร้างองค์ความรู้โดยการใช้ประสาทสัมผัสทั้ง 6 ประการสําหรับสร้างความประทับใจครั้งแรก ดังการสร้างคุณค่าในความสําคัญของกระบวนการบริการที่บริษัทผ้าไหมจิม ทอมป์สัน
ประสาทสัมผัส ทั้ง 6 หัวข้อสําคัญในกระบวนการบริการ การให้คะแนนความสำคัญ
(สูง-กลาง-ต่ำ)
การมองเห็น การประดับร้านค้า การออกแบบ สถาปัตยกรรม คุณภาพสินค้า การทักทายและสุภาพเรียบร้อย ด้วยวิถีคนไทย สูง
การได้ยิน ดนตรี ปานกลาง-สูง
การลิ้มรส ผ้าไหมเหมือนรสนิยมไทย และอาหารไทย สูง
การดมกลิ่น กลิ่นหอม ความสะอาด สูง
การสัมผัส การบริหารแบบเป็นกันเอง (เหมือนครอบครัว) สูง
การหยั้งรู้ การแสดงออกด้วยความคิดในการบริการแบบไทย ๆ โดยภาษากาย สูง
มารยาท ความเป็นไทย สูง
Visitors: 54,078